[Inception fic] Once Upon a Dream [Eames/Arthur]

posted on 17 Feb 2014 01:24 by thenumbereleven in fanfiction directory Fiction, Entertainment

Inception fanfiction

pairing: Eames/Arthur

 

—————————————————————– 

 

Once Upon a Dream

seventeensteps

 

—————————————————————– 

 

สิ่งที่ปลุกให้อาเธอร์ตื่นจากฝันคือสัมผัสแผ่วเบาบนเปลือกตา

 

“อื้อ” อาเธอร์ประท้วงเสียงงัวเงีย “ขออีกแป๊บ…” ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังเอื้อมแขนไปคว้าเอวอีกฝ่ายแล้วดุนหน้าเข้าไปซุกตรงพุงแข็งๆ สมองง่วงๆ รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนน้อยๆ พร้อมเสียงหัวเราะเบาๆ จากด้านบน

 

เอวที่เขากอดบิดไปด้านข้างก่อนจะมีเสียง แคร๊ง ตามมา อาเธอร์รู้สึกว่าลำตัวหนาๆ เอนราบลงกับเตียงแล้วตัวเองถูกดันหัวให้หนุนกับท่อนกล้ามเนื้อที่สมองครึ่งหลับครึ่งตื่นของเขาพิจารณาว่าน่าจะเป็นต้นแขน ท่อนกล้ามเนื้ออีกข้างโอบเข้าที่เอวอาเธอร์แล้วดึงให้เขาเข้าไปชิดกลิ่นขนมปังปิ้งเคล้ากาแฟแสนคุ้นเคยมากขึ้น แขนข้างหนึ่งของอาเธอร์ป่ายไปยังแผ่นหลังแน่นหนักที่โอบไม่รอบแล้วเบียดตัวเองเข้าไปใกล้ขึ้นอีก

 

จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ ริมฝีปากหนาอิ่มประทับลงที่ไรผม ปลายจมูก และมุมปาก อาเธอร์เลื่อนริมฝีปากตนไปชนกับอีกฝ่ายแล้วยิ้ม รู้สึกถึงหนวดสั้นๆ ที่ทิ่มแก้มกับคางของเขาอยู่

 

“ตื่นเร็วดาร์ลิ้ง” ริมฝีปากพูดใส่อาเธอร์ ก่อนจะงับเขาเล่นๆ “วันนี้เรามีนัดกันไม่ใช่หรอ หืม?”

 

“อือออออ…” อาเธอร์ส่งเสียงซอมบี้ใส่ ปฏิเสธที่จะลุกจากเตียงนอนนุ่มและผละจากร่างกายอุ่นข้างๆ

 

ริมฝีปากนั่นจูบหน้าผากเขาอีกครั้งแรงๆ ก่อนเจ้าของจะขยับตัว อาเธอร์พยายามยื้อเอวหนาเอาไว้แต่ก็หยุดเมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังขยับออกจากเตียงแต่กำลังขยับลงไปเรื่อยๆ

 

นั่นทำให้อาเธอร์ตัดสินใจลืมตาปรือๆ ขึ้นมองไปยังสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวที่จ้องตอบมาจากระหว่างหว่างขาเขา แล้วยันแขนดันตัวขึ้นเล็กน้อย อาเธอร์เริ่มรู้สึกร้อนที่หน้าก่อนจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างอดไม่ได้

 

มือกร้านดึงกางเกงนอนและชั้นในเขาลงในคราเดียว เผยให้เห็นส่วนล่างของอาเธอร์ที่ดูจะสนใจสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ปากอิ่มเป่าลมใส่มันอย่างเอ็นดูก่อนลิ้นสีชมพูจะออกมาทักทายอาเธอร์จูเนียร์ด้วยการลากลิ้นสากตั้งแต่ปลายมาถึงโคน โอ้ 

 

ความคิดที่ว่าจะนอนต่อปลิวออกนอกหน้าต่างไป อาเธอร์รู้สึกว่าเขาตื่นแล้วล่ะตอนนี้

 

—————————————————————–

 

หลังจากกินอาหารเช้าเย็นๆ บนเตียงเสร็จอาเธอร์ก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นคนที่เอาของกินมาป้อนเขาถึงเตียงเมื่อครู่นั่งกดรีโมตอยู่บนโซฟาหน้าทีวี เขาก็ย่องไปทางด้านหลังอีกฝ่ายด้วยฝีเท้าที่ตนคิดว่าเบาที่สุด ประชิดตัวเป้าหมาย คล้องแขนเข้าที่ลำคอ แล้วจูบขมับของเจ้าหมีบริติชที่ไปปลุกเขาออกจากเตียงนุ่มอย่างหมั่นไส้พลางสูดกลิ่นหอมของแชมพูที่ทั้งคู่ใช้

 

“อรุณสวัสดิ์อย่างเป็นทางการอีกครั้งนะมิสเตอร์อีมส์” อาเธอร์หัวเราะเมื่อเจ้าของชื่อดึงข้อมือเขาออกจากคอแล้วจูบฝ่ามือตน “อรุณสวัสดิ์ดาร์ลิ้ง” อีมส์ปล่อยมืออาเธอร์ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากโซฟา ตอนนี้เองที่อาเธอร์สังเกตว่าชุดที่อีมส์ใส่คือสูท เสื้อเชิ้ตและกางเกงสแลค

 

ชุดทำงาน

 

“ทำไมนา–“

 

“ยาหยีนายฟังฉัน” อีมส์เริ่ม “เมื่อกี้ยูซุฟโทรมาขอร้องให้ช่วยงานอะไรนิดหน่อย”

 

“แต่…วันนี้มัน…” เป็นวันของเรานะ อาเธอร์ตะโกนในใจ

 

อีมส์พยักหน้าช้าๆ ราวกับได้ยินสิ่งที่เขาไม่ได้เอ่ย “ฉันรู้อาเธอร์ แต่มันบอกว่าถ้าไม่ได้ฉันมันต้องตายแน่ๆ เสียงหมอนั่นฟังดูเครียดมาก” สองมือหนากำลังประคองหน้าอาเธอร์เพื่อให้มั่นใจว่าเขาจะไม่หันหน้าหนีไปไหน ดวงตาสีน้ำทะเลของอีมส์เต็มไปด้วยคำขอโทษ “ฉันสัญญาว่าจะกลับมาให้เร็วที่สุด”

 

อาเธอร์ด่าเพื่อนนักเคมีของตนเงียบๆ เขาโกรธยูซุฟที่โทรมาขอความช่วยเหลือจากอีมส์วันนี้ โกรธอีมส์ที่ต้องไปช่วยยูซุฟ และโกรธตัวเองที่โกรธอะไรแบบนั้นเพราะเขารู้ดีว่านี่มันเป็นเหตุสุดวิสัย ถ้าไม่ใช่เรื่องจำเป็นจริงๆ อีมส์ไม่มีทางออกไปแน่ๆ

 

อีมส์จุมพิตที่หน้าผากของอาเธอร์อีกครั้งก่อนที่มือทั้งสองข้างปล่อยออก แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ประตู ทิ้งไว้แต่อากาศเย็นๆ รอบกายอาเธอร์

 

“โอ้” อีมส์หยุดที่หน้าประตู หมุนตัวกลับมาหาอาเธอร์ที่กำลังเดินตามไปส่ง มือล้วงเข้าไปในเสื้อตัวนอกแล้วหยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลออกมาก่อนจะยื่นให้ อาเธอร์เหลือบดูวัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าในมืออีกฝ่ายแล้วยักคิ้วเป็นเชิงถาม

 

“Happy our four-year anniversary, darling.”

 

อาเธอร์ตาโต รับห่อกระดาษมาแล้วพุ่งเข้ากอดอีกฝ่ายแน่น หัวใจพองโตจนรู้สึกหายใจลำบาก ยิ่งอีมส์ทำแบบนี้เขายิ่งไม่อยากให้เจ้าตัวเดินออกประตูนั้นไป วันนี้เมื่อสี่ปีที่แล้วคือวันที่เขากับอีมส์ตกลงคบกันจริงจังหลังจากต่างคนต่างจีบกันไปจีบกันมาระหว่างเจอกันที่งานนู้นงานนี้มาหลายปี อาเธอร์ยังจำได้มาจนถึงตอนนี้ว่าเมื่อสี่ปีที่แล้วหัวใจตนเต้นแรงขนาดไหนและหน้าร้อนเพียงใดตอนที่พยายามข่มเสียงให้เรียบแต่ดันตะกุกตะกักคำว่า โอเค ออกไป

 

อาเธอร์ปล่อยอีมส์ออกจากห้องไปอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่โซฟาแล้วค่อยๆ บรรจงแกะกระดาษหนังสีน้ำตาลออก

 

ความจริงแล้ววันนี้ของปีที่ผ่านๆ มาเขาสองคนเองไม่ได้ให้ของขวัญอะไรกัน ทุกครั้งพวกเขาแค่ถือว่าวันครบรอบนี้จะเป็นวันที่ได้ใช้เวลาด้วยกันเงียบๆ นอนอยู่บ้านหรือทำอะไรเรื่อยเปื่อยที่ไม่ต้องคิดเยอะ มีแปลกออกไปคือปีที่แล้วที่เขาสองคนพากันออกไปช้อปปิ้งวัตถุดิบแปลกๆ มาทำดินเนอร์กินเอง

 

การได้ห่อกระดาษปริศนาจากอีมส์แบบนี้จึงถือเป็นเรื่องแปลก

 

อาเธอร์ดึงกระดาษห่อบางๆ ด้านในออกแล้วก็พบว่าของที่อีมส์ให้ตนมาคือ–

 

The Song of Achilles

 

อาเธอร์หยิบหนังสือปกแข็งสีดำทองขึ้นมาไล้ลายนูนบนหน้าปกอย่างทะนุถนอม นี่มันหนังสือเล่มที่เขาจะซื้อเมื่อวันก่อนแต่อีมส์ห้ามเขาไว้ อาเธอร์ยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น แต่พอมือพลิกเปิดหน้าปกไปเจอปกใน เขาก็อ้าปากค้าง มือไม้อ่อนจนเกือบปล่อยหนังสือหลุดจากมือ สายตาจับจ้องอยู่ตรงมุมขวาล่างข้างชื่อผู้แต่ง

 

เส้นโค้งตวัดเป็นลายเซ็นของแมดดาลีน มิลเลอร์

 

อาเธอร์กรี๊ดในใจ เขาไม่คิดว่าอีมส์จะหาหนังสือเล่มนี้ฉบับที่มีลายเซ็นผู้แต่งมาได้ ด้วยเพราะถือเป็นของหายากที่มีอยู่แค่ไม่กี่เล่มอีกทั้งเวลาก็เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน เขาพลิกกระดาษสีครีมต่อไปอย่างเบามือ

 

แต่ก็ต้องสะดุดเมื่อเจอกระดาษแผ่นเล็กสีขาวสอดไว้ ในนั้นมีชุดตัวเลขเขียนด้วยลายมือยึกยืออยู่สี่ชุด

 

114.6.8

23.15.11

289.9.7

76.12.5

 

นี่มัน…อาร์โนลด์ไซเฟอร์

 

นอกจากหนังสือแล้วยังมีรหัสนี่อีก อาเธอร์ยิ้มมุมปาก รู้สึกสนุกขึ้นมา อาร์โนลไซเฟอร์คือรหัสลับแบบหนังสือประเภทหนึ่ง ในตัวเลขหนึ่งชุดจะประกอบไปด้วยส่วนที่แทนเลขหน้า เลขบรรทัด และเลขคำ เมื่อเปิดกับหนังสือเล่มที่กำหนดไว้แล้วเอาทุกคำมาเรียงต่อกันจึงจะได้ใจความที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อ

 

เขาแน่ใจว่ารหัสชุดนี้ต้องใช้กับ The Song of Achilles แน่ อาเธอร์หยิบกระดาษแผ่นเล็กขึ้นมาแล้วกวาดตามองตัวเลขพวกนั้น

 

อันดับแรก 114.6.8 อาเธอร์เปิดหนังสือไปที่หน้า 114 ลากนิ้วลงมาจนถึงบรรทัดที่ 6 เมื่อไล่นิ้วจนเจอคำที่ 8 แล้วเขาก็ใช้ปากกาจดคำคำนั้นลงไปในกระดาษ เสียงพลิกหน้าดังขึ้นต่อไป

 

อาเธอร์ทำแบบนี้ไปถึงตัวเลขชุดที่สาม พออ่านคำคำนี้แล้วขอบตาเจ้ากรรมก็เริ่มร้อนผ่าว นิ้วรีบพลิกหาคำตอบสุดท้ายของรหัส

 

เขาจดคำคำสุดท้ายลงไปทั้งที่มือสั่นแบบนั้น

 

อาเธอร์มองคำสี่คำนั้นแล้วเม้มปากแน่น ลุกขึ้นเดินเพราะไม่สามารถนั่งอยู่เฉยๆ ได้ มือประคองโทรศัพท์มือถือแล้วกดโทรออก เมื่อเสียงคุ้นหูดังขึ้นมาว่า “สวัสดีที่รัก” อาเธอร์ก็รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถูกย่อลงให้เหลือแค่เสียงที่ผ่านมาตามสัญญาณโทรศัพท์นั่น

 

“I will. Of course I will, you idiot.”

 

“…”

 

อีมส์?” เสียงเขาสั่นไม่หยุดเลย บ้าจริง

 

แขนแข็งแรงโอบกอดอาเธอร์จากด้านหลัง “ไอ้บ้าอีมส์ ไอ้เลว” เขาหมุนตัวในอ้อมแขนอบอุ่นไปเผชิญหน้าแล้วกอดอีกฝ่ายแน่น ไม่สนใจมือถือที่หล่นไปนอนนิ่งอยู่บนพื้น “ไหนบอกไปทำงานไง นายหลอกฉันนี่” อาเธอร์พยายามทำหน้านิ่งพูดเสียงเข้ม แต่รอยยิ้มที่เขาแน่ใจว่าเหมือนคนบ้าก็ดันหลุดออกมาอีกจนได้ โอ๊ย ปวดแก้มไปหมดแล้ว

 

“ขอโทษทีที่รัก” อีมส์ยิ้มให้เขาจนเกิดรอยย่นน่ารักตรงหางตา นัยน์ตาสีเขียวเทาที่มองมาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ทำให้อาเธอร์หายใจไม่ออก ริมฝีปากนุ่มๆ ขยับมาจูบเบาๆ ที่ลักยิ้มของอาเธอร์ ก่อนจะกระซิบกับปากของเขา “ยกโทษให้ฉันนะ”

 

“จงใช้เวลาต่อจากนี้ไปไถ่โทษฉันซะเถอะ” อาเธอร์ขบริมฝีปากล่างอวบอิ่มของอีกฝ่ายแล้วประทับจูบเนิ่นนาน มือรั้งต้นคอหนาให้เบียดเข้ามาใกล้มากขึ้น รู้สึกลางๆ ถึงมือกร้านที่ประคองใบหน้าตนอยู่

 

“ได้ทุกอย่างเลยยาหยี” จูบของอีมส์ที่ตอบกลับมาทำให้อาเธอร์เข่าอ่อน

 

จูบแสนหวานที่ขโมยความคิดทุกอย่างของอาเธอร์ออกไปชั่วขณะ

 

แม้กระทั่งกระดาษแผ่นเล็กซึ่งมีตัวเลขหยุกหยิกสี่ชุดและคำสี่คำที่ทำให้หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมาเสียให้ได้

 

Will you marry me?

 

—————————————————————–

 

คืนนั้นอาเธอร์ฝันเห็นดอม

 

เพื่อนที่อาเธอร์ไม่ได้เจอมานานแล้ว

 

เขาเองก็จำไม่ได้ว่าทำไม

 

แต่ในฝันนั้นแววตาดอมช่างเศร้าสร้อยเสียจนอาเธอร์รู้สึกแย่ตามไปด้วย

 

ดอมพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้อาเธอร์ส่ายหน้าแรงๆ แล้วพยายามผลักอีกฝ่ายออก

 

แต่มือที่ยึดข้อมืออาเธอร์ไว้กลับแข็งแรงเกินคาด

 

ดอมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง

 

ก่อนจะหยิบ…

 

ลูกเต๋าสีแดงของอาเธอร์ออกมา

 

แล้วทอยไปบนโต๊ะไม้ข้างๆ

 

กึก

 

5

 

กึก 

 

1

 

กึก 

 

2

 

กึก 

 

4

 

กึก 

 

6

 

กึก 

 

1

 

ความเสียใจฉายชัดในสายตาดอมที่หันมามองดวงตาตื่นตระหนกของอาเธอร์

 

ในโลกแห่งความจริง ลูกเต๋าของอาเธอร์จะไม่มีวันออกเลขอื่นนอกจาก 3

 

—————————————————————–

 

อาเธอร์ตื่นขึ้นมา หอบหายใจจนตัวโยน เม็ดเหงื่อเย็นพรมทั่วกายราวกับคนเพิ่งวิ่งมาราธอนร้อยไมล์

 

“อีมส์ ฉันฝันอะไรประหลาดชะมั–” ประโยคขาดห้วงลงแค่นั้นตอนที่อาเธอร์หันไปทางขวา แล้วพบกับความว่างเปล่า

 

ไม่สิ ไม่ใช่ความว่างเปล่าหรอก ในเมื่อที่ๆ น่าจะมีอีมส์นอนอยู่ ปรากฏอุปกรณ์ทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่และเครื่องวัดระดับการเต้นของหัวใจตั้งอยู่พร้อมสายระโยงระยางมายังร่างกายอาเธอร์

 

อาเธอร์ห้ามสัญชาตญาณตัวเองไม่ให้กระชากสายพลาสติกใสๆ ออกแล้วพยายามบอกตัวเองให้หายใจช้าลงเมื่อรู้สึกตัวว่าเสียงหอบหายใจรัวเร็วท่ามกลางความเงียบงันในห้องสีขาวสว่างที่ได้ยินนั้นดังออกมาจากปากของตน

 

ตอนนั้นเองที่ประตูห้อง–ห้องห้องหนึ่งในโรงพยาบาล สมองอาเธอร์บอกตัวเอง–เปิดออก และดอมก้าวเข้ามา

 

นี่มันบ้าอะไร” อาเธอร์ตะโกนเสียงแหบ ก่อนจะต้องค้อมลงไอโขลกๆ จนน้ำตาซึม

 

มือที่เหมือนไม่แน่ใจเท่าไรนักค่อยๆ แตะที่ไหล่ของเขา “อาเธอร์” ดอมเรียกชื่อเขา อะไรบางอย่างที่คุ้นหูในน้ำเสียงของอีกฝ่ายทำให้อาเธอร์ต้องหันหน้าไปมอง

 

“นี่มันเกิดห่าอะไรขึ้น” อาเธอร์เค้นคำถามลอดไรฟัน คำถามที่เขาเองไม่มั่นใจว่าอยากได้คำตอบหรือเปล่า “ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่ แล้ว…อีมส์…อยู่ที่ไหน”

 

ดอมส่ายหน้า แววสงสารในดวงตาสีฟ้าแกมเขียวทำให้อาเธอร์อยากอ้วก มือที่บ่าเขากระชับแน่นขึ้น “นึกให้ออกสิอาเธอร์…มีนายคนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

 

เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเดียว ความทรงจำของเขาตอนนี้ไม่ปะติดปะต่อ ไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไร