[Sherlock fic] Alone on the Water 1/2 (translated)

posted on 10 Aug 2013 14:15 by thenumbereleven in translation directory Fiction, Entertainment
 
 
...ค่ะ ใช่แล้ว
 
มันคือ Alone on the Water
 
ที่มาว่าทำไมอยู่ๆ หยิบเรื่องนี้มาแปลก็คือเมื่อหลายวันก่อนเรานั่งดู The Reichenbach Fall อีกรอบค่ะ แล้วฟีลส์ต่างๆ ก็พากันพรั่งพรูมาใส่เรา
เราก็เลยนั่งอ่านอะโลนฯอีกรอบ (เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้) แล้วฟีลส์ที่ถาโถมทำให้เราไม่สามารถหยุดแค่นั้นได้ ...ลงเอยด้วยการที่เราเปิดหน้าเวิร์ดขึ้นมาแล้วแปลจึ๊กๆๆ
เรื่องนี้เลยกลายเป็นเหมือนการระบายอะไรบางอย่างของเราซะส่วนใหญ่ เพราะแปลไปเศร้าไป /ฮือว์ววว์
 
นี่เลยค่ะ ต้นฉบับ >> http://madlorific.livejournal.com/22790.html
/ตาย
 
 

-------------------------------------------------------------------
 
 
 
Alone on the Water (part 1/2)
a Sherlock fanfiction by Mad Lori
translated by eleventh (seventeensteps)
 
Pairing: Sherlock/John
Rating: G
Warnings: character death, angst 
 
 
 
-------------------------------------------------------------------
 

 

Sorrow’s my body on the waves
Sorrow’s a girl inside my cave
I live in a city sorrow built
It’s in my honey, it’s in my milk

Don’t leave my half a heart alone on the water
Cover me in rag and bone sympathy
Cause I don’t want to get over you.

--The National

 
 
-------------------------------------------------------------------
 

 

ผมนั่ง และผมได้ยินคำพูดพวกนั้น ผมรู้สึกด้านชา 

 

 

ไม่สามารถผ่าตัดได้. ลึก. ความดันใต้กะโหลก. ขอโทษ. ทางเลือก. การเตรียมการ.

 

 

เชอร์ล็อกนั่งไขว่ห้างอยู่ข้างผม ท่าทางสงบนิ่ง “ฉันมีเวลาอีกนานแค่ไหน?” คือทั้งหมดที่เขาเอ่ยปากถาม

 

 

ศัลยแพทย์ทางระบบประสาทตรงหน้าคือเพื่อนร่วมชั้นที่เรียนจบมาด้วยกันจากบาร์ตส์ เขาเป็นคนดี สายตาเขามองมาทางผม แววของความเห็นใจสะท้อนอยู่ ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่คนพวกนี้ทำ...มองมาด้วยสายตาที่เหมือนว่าเข้าใจ...แต่ผมไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก “หนึ่งเดือน ที่ข้างนอกนั่น”

 

 

ผมมีคำถามอีกมากมายแต่เชอร์ล็อกกลับลุกขึ้นยืน “ขอบคุณด็อกเตอร์ มาเถอะ...จอห์น” แล้วเขาก็เดินออกจากห้องไป ผมเริ่มก้าวเท้าตามอีกฝ่าย

 

 

“จอห์น...ฉันเสียใจ” เพื่อนเก่าเอ่ย “เราทำให้เขาสบาย...ได้”

 

 

และผมหัวเราะ ผมแปลกใจที่ได้ยินเสียงนั่นดังออกมาจากปากของผมเอง “เขาไม่เคยใช้ชีวิตสุขสบายมาก่อน ไม่มีความจำเป็นจะต้องเริ่มตอนนี้”

 

 

-------------------------------------------------------------------

  

เราไม่ได้พูดอะไรกันเลยในแท็กซี่ระหว่างกลับบ้าน ผมเหม่อมองผ่านหน้าต่างออกไป ดูนั่น ดูชีวิตข้างนอกนั่นสิ โลกยังหมุนไปแต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองถูกทำตกหล่นไปตรงไหนซักแห่ง เชอร์ล็อกเคาะนิ้วลงบนเข่าตัวเองเป็นจังหวะ เขาก้าวออกไปก่อนที่รถจะจอดสนิทเสียอีก เชอร์ล็อกเดินเข้าไปในแฟลต วิ่งขึ้นบันได จากนั้นหนึ่งวินาทีต่อมาเขาก็จมลงไปกับกองเอกสารต่างๆ ของเขา ชายหนุ่มมอง พลิก โยน แล้วหยิบมากองซ้อนกันใหม่ ผมไม่เข้าใจสักนิดว่าเพื่อนของผมกำลังทำอะไรอยู่

 

 

ผมทำได้แค่ยืนอยู่ตรงนั้น “เชอร์ล็อก” เขาไม่ตอบผม “เชอร์ล็อก!”

 

 

“ฉันไม่สนใจจะพิจารณาสภาพจิตใจของฉันตอนนี้ จอห์น...เห็นได้ชัดว่านั่นคือเป้าหมายของนาย”

 

 

“ถ้างั้น...แล้วสภาพร่างกายนายล่ะ?”

 

 

เขาหัวเราะขื่นๆ “จากไอ้ที่ฉันได้ยินมาก่อนหน้านี้...ตอนนี้ยังจะมีอะไรสำคัญอีกหรอ?”

 

 

“เราต้องคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนั้น”

 

 

“คุยอะไรล่ะ?” เขาโยนแฟ้มเอกสารทิ้งแล้วหมุนตัวมาเผชิญหน้ากับผม “เรื่องที่ฉันมีเวลาใช้ชีวิตอีกหนึ่งเดือน?” คำพูดพวกนั้นฟาดเปรี้ยงลงมา ผมรู้สึกเหมือนโดนกระสุนปืนฝังเข้าที่กระดูกสันหลัง “ฉันกำลังสงสัยว่ามันคือนายเองต่างหากที่รู้สึกว่าเราต้องคุยกันเรื่องนี้”

 

 

“โอเค...ใช่ ฉันเอง เชอร์ล็อก...”

 

 

“ตอนนี้สิ่งที่ฉันกังวลเพียงอย่างเดียวก็คือ ตัวฉันเหลือเวลาที่จะสามารถทำงานได้อีกนานแค่ไหนก่อนที่จะทำอะไรไม่ได้อีก”

 

 

ผมไม่อยากจะเชื่อ “งาน ของนาย?”

 

 

เขาหยุดในที่สุด แล้วหันมามองหน้าผม “ฉันเชื่อใจว่านายจะพูดความจริง จอห์น... บอกความจริงกับฉันที...เดี๋ยวนี้

 

 

ผมสูดหายใจเข้าเต็มปอด ปล่อยออก ปล่อยมันลอยออกไปเหมือนลูกโป่ง แต่ผูกเชือกไว้เพื่อที่ผมจะสามารถดึงมันกลับมาได้ในภายหลัง “อาการปวดหัวของนายจะย่ำแย่ลง นายจะเริ่มพูดไม่ได้ ระบบการทรงตัวของนายจะเริ่มผิดปกติ ไม่นานนักนายก็จะทำไม่ได้แม้แต่เดินหรือยืนเฉยๆ ระบบการรับรู้และการคิดวิเคราะห์ของนายจะเสื่อม จากนั้นสายตานายจะเริ่มพร่าลง นายจะเจอกับอาการคลื่นไส้ เวียนหัว อาการเจ็บปวดตามร่างกายและกล้ามเนื้ออ่อนแอ และในที่สุดนายก็จะหมดสติไป”

 

 

เขาพยักหน้า “ตอนนี้นายคงรู้ว่าปัญหาด้านการทรงตัวและการพูดมันเริ่มไปแล้ว” ผมพยักหน้าตอบ “ฉันไม่มีความต้องการจะทนทรมานกับอาการทั้งหมดนั่น จอห์น” เขามองตาผม ใบหน้าสงบนิ่ง แต่ผมรู้จักเขาอย่างที่คนอื่นไม่รู้จัก...บางที คนอื่นคงไม่มีวันได้รู้จัก และจากดวงตาที่สบอยู่ ตอนนี้ผมมองเห็น...ว่าเชอร์ล็อกกำลังกลัว

 

 

“ฉันก็ทนมองนายต้องเจออะไรแบบนั้นไม่ได้เหมือนกัน” ที่เลวร้ายกว่าการสูญเสียคนคนนี้คือความคิดว่าต้องทนดูสติปัญญาของเขาเสื่อมถอยลง การที่รู้อยู่ในใจอย่างเลือนรางว่ามันเคยเป็นสิ่งที่พิเศษและมหัศจรรย์มากเพียงไหน แต่ไม่สามารถจำได้ว่าอย่างไรหรือทำไม ต้องทนมองพลังงานมากมายถูกขังอยู่ในร่างกายที่ไม่ทำตามคำสั่งอีกต่อไป พ่ายแพ้อย่างน่าเศร้าต่อก้อนเนื้อแปลกปลอมในสมองของเขาเอง

 

 

ผมรู้ว่าเขาต้องการอะไร พระเจ้า...ผมได้แต่โล่งใจอย่างขมขื่น “ฉันจะดูแลนายเอง”

 

 

ใบหน้าของเขาอ่อนลงนิดหน่