[Star Trek(?) fic] Yours Are the Sky And (maybe) Mine Are the Sea‏

posted on 10 Jun 2013 22:06 by thenumbereleven in fanfiction directory Fiction, Entertainment
 
 
เป็นหัวเอนทรี่ที่ออกจะหลอกลวงอยู่หน่อยๆ
 
ฟิคสตาร์เทร็คเรื่องแรกค่ะ
สาเหตุที่เขียนคู่(?)นี้ขึ้นมาเพราะอยากอ่าน แต่ไม่มีใครเขียนให้เราอ่าน TvT) ผลเลยออกมาเป็นฟิคเรื่องนี้ เอวัง
 
 
------------------
 
 
Yours Are the Sky And (maybe) Mine Are the Sea
eleventh (seventeensteps)

 

 

*

 

 

 

คริส ไพน์มองภาพตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ… วันนี้เขาตื่นเช้าเป็นพิเศษเพราะความฝันแปลกประหลาดก่อนจะรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมา ภาพสุดท้ายที่เห็นในห้วงฝันซ้อนทับกับสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า...ดวงตาสีฟ้าคู่หนึ่งกำลังจ้องตรงมาที่เขา

 

 

 

 

ดวงตาสีฟ้าที่คริสแสนคุ้นเคย

 

 

 

 

ใช้คำว่าคุ้นเคยยังน้อยไป...ในเมื่อดวงตาสีฟ้าคู่นั้น...คือดวงตาของเขาเอง

 

 

 

 

“เอ่อ...หวัดดี?” อีกฝ่ายเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นก่อนอย่างเก้ๆ กังๆ คนตรงหน้า...ไม่สิ คริสรู้ดีว่าคนที่ยืนอยู่ตรงปลายเตียงเขาน่ะคือใคร

 

 

 

 

กัปตันเจมส์ ไทบีเรียส เคิร์กแห่งยาน USS-เอนเทอร์ไพรส์

 

 

 

 

เจมส์ ที. เคิร์ก... ผู้ชายคนนี้ไม่ควรมายืนมองคริสนอนหลับอยู่บนเตียงในอพาร์ทเม้นท์ของเขาเองในแอลเอตอนนี้จิมควรจะกำลังออกสำรวจอวกาศอยู่ในอนาคตอีกหลายร้อยปีข้างหน้า...เดี๋ยว...--คริสด่าตัวเองในใจ เวลาถูกปลุกขึ้นมาในเช้าวันที่เขาตั้งใจจะใช้เวลาไปกับการนอนหลับในเตียงอุ่นๆ สมองเขามักจะปฏิเสธที่จะทำงาน-- ...ผู้ชายคนนี้ไม่ควรมีตัวตนอยู่ในโลกที่คริสอยู่เลยต่างหาก

 

 

 

 

จิม (ให้ตาย...) กำลังส่งสายตาขำๆ มาให้คริสที่นั่งอ้าปากค้างอยู่บนเตียง เขารู้ว่ามันไม่สุภาพแต่เขาอดจ้องอีกฝ่ายไม่ได้... ผมสีบลอนด์เข้ม ดวงตาสีฟ้าสว่าง คิ้วหนาๆ และริมฝีปากอิ่มแบบนั้น... คริสยอมรับกับตัวเองเงียบๆ ว่าเขากำลังส่งสายตาจาบจ้วงใส่กัปตันของสตาร์ชิป...ซึ่ง คือตัวเขาเอง...เกิดอะไรขึ้นกับชีวิตปกติของคริส ไพน์กัน เขาอยากจะตะโกนถามคนข้างบนเหลือเกิน

 

 

 

 

“นาย...” คริสกระแอมเพื่อขจัดใยแห่งความง่วงออกไปจากลำคอ ปกติคริสไม่ใช่คนตื่นเช้าสักเท่าไหร่ วันว่างๆ ที่ไม่มีงานรอให้เขาตื่นไปจัดการ เขามักจะหลับจนถึงอย่างน้อยสิบโมงเช้า แต่การลืมตามาเจอตัวเอง (เอาเถอะ) จ้องตัวเองอยู่แบบนี้เป็นใครต่อให้ง่วงขนาดไหนก็ต้องตื่น และตอนนี้คริส...ตื่นเต็มตาเลย “จิมสินะ”

 

 

 

 

จิมทำหน้างงเท่าที่สีหน้างุนงงของเขาตอนนี้จะสามารถงงไปมากกว่าเดิมได้ แต่ไม่นาน หัวคิ้วมุ่นก็คลาย ความงุนงงถูกแทนที่ด้วยอะไรที่ดูเหมือนปลงตก เขาถอนหายใจ “ฉันเกือบถามแล้วว่านายรู้จักชื่อของฉันได้ยังไง...แต่ฉันคิดว่าการที่คนเราเจอคนหน้าเหมือนกัน แล้วคนใดคนหนึ่งจะรู้จักชื่ออีกฝ่ายก็คงไม่แปลกมากเท่าไหร่” จิมยกมือขึ้นเสยผมตามความเคยชิน “แต่ฉันไม่รู้จักนาย นายชื่ออะไร? คงไม่ใช่เจมส์ เคิร์กหรอกนะ” จิมหัวเราะขืนๆ “ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

 

 

 

คริสลูบหน้าไล่ริ้วรอยจากการนอนหลับลวกๆ “ฉันชื่อคริส” เงยหน้าสบตาสีฟ้าเหมือนของเขาแล้วยิ้มน้อยๆ ให้ “คริส ไพน์ ยินดีที่ได้เจอกันนะจิม” เขารู้สึกแปลกๆ กับรูปประโยคนั่นและคริสรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้มันเหมือนเขายังไม่ตื่นจากความฝัน เขาควรจะตกใจมากกว่านี้ แต่ในใจคริสอยากพบคนคนนี้มาตลอด คนที่คล้ายจะเป็นเขาแต่ก็ไม่ใช่โดยสิ้นเชิง พอจิมมายืนอยู่ในห้องนอนของตนแบบนี้ยิ่งทำให้อารมณ์แปลกประหลาดพุ่งพล่านขึ้นมากกว่าเดิม มันเป็นความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปหมด ...มีทั้งตื่นตะลึง อิจฉา สงสาร ชื่นชม และอะไรบางอย่างที่บรรยายออกมาไม่ได้ บางทีคริสก็อยากให้สมองของเขากับแซคเชื่อมกันเพื่อที่เขาจะได้ขอความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายเวลาคิดคำศัพท์อะไรไม่ออก แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากจะยุ่งกับสมองของเพื่อนตัวเองมากนัก ในนั้นคงเต็มไปด้วยโจนาธาน...

 

 

 

 

คริสส่ายหัว รู้สึกไม่ดีที่พักนี้ความคิดของตนมักจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยียนแซคคารีเสมอๆ จากนั้นเขาก็จะนึกไปถึงแฟนหนุ่มของอีกฝ่าย...แล้วเขาก็จะรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเสียดแปลบขึ้นมาในใจ

 

 

 

 

หยุด ตอนนี้คริสควรจะโฟกัสกับสถานการณ์ตรงหน้า...คนตรงหน้า...มากกว่า

 

 

 

 

“โอเค...เอ้อ...นายไปนั่งรอที่ห้องนั้นก่อน” คริสชี้ประตูที่กั้นระหว่างห้องนอนกับห้องนั่งเล่น “ขอเวลาฉันอาบน้ำแต่งตัวสิบนาที แล้วเราค่อยมาคุยกันเรื่อง...นี้” เขากวาดมือไปรอบๆ ดันผ้านวมออกแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ห้องน้ำ ระหว่างทางคริสรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องตนอยู่และก่อนที่เขาจะดันประตูห้องน้ำเข้าไปเสียงผิวปากก็ดังขึ้น

 

 

 

 

“ว้าว...นายนี่เซ็กซี่จังแฮะ” เสียงหัวเราะหยอกๆ ของจิมตามมา

 

 

 

 

คริสหันหลังขวับ เพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองแต่งตัวแบบไหนอยู่ เขาใส่กางเกงในขาสั้นเพียงแค่ตัวเดียว...คริสอยากจะตบหัวตัวเองที่หันมาประจันหน้ากับจิมตอนนี้...ตอนเช้าๆ แบบนี้ที่คริสน้อยตื่นขึ้นมาพร้อมตัวเขา

 

 

 

 

“โอออออ..เค และนั่นก็” จิมแลบลิ้นเลียริมฝีปาก สายตาล็อคอยู่ที่เป้ากางเกงคริส “กำลังทักทายฉันอยู่...นายคิดว่ามันจะอยากได้มอร์นิ่งคิสไหม?”

 

 

 

 

คริสรู้สึกร้อนที่หน้ารีบผลักประตูเปิดแล้วผลุบเข้าไปในห้องน้ำ แต่ดันเผลอปิดประตูเสียงดังโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะความตื่นเต้น...เดี๋ยวสิ...ตื่นเต้นอะไรกัน ชายหนุ่มเจ้าของห้องพยายามไม่คิดถึงสายตาโลมเลียกับลิ้นสีชมพูน่ารักของกัปตัน คริสหันไปตั้งสมาธิแปรงฟันก่อนจะเดินเข้าไปอาบน้ำ หมุนเปิดก๊อกจนสุด ในใจหวังว่าสายน้ำเย็นๆ จะทำให้เขาสงบลงได้

 

 

 

 

ชายหนุ่มเดินออกมาโดยพันผ้าเช็ดตัวไว้ที่เอว ก้มลงเปิดลิ้นชักเพื่อหาเสื้อผ้าสะอาดสวม เขาแต่งตัวไปพลาง ในหัวคิดทบทวนสิ่งที่จะพูดกับจิมไปพลาง เมื่อสวมเสื้อยืดคอกว้างสีฟ้าเข้มตัวสุดท้ายเสร็จแล้วขยับให้เข้าที่ คริสก็เดินออกจากห้องนอนไปหาคนที่นั่งรอตนอยู่ในห้องติดกัน

 

 

 

 

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือจิมที่กำลังค้นกล่องใส่นิตยสารของเขาอยู่ จิมเงยหน้าขึ้นมาจาก OUT เล่มที่มีหน้าหล่อเหลาของเพื่อนสนิทคริสหราอยู่บนปก

 

 

 

 

“เพื่อนนายคนนี้หน้าเหมือนต้นเรือของฉันชะมัด” จิมหรี่สายตาสงสัยกึ่งคาดคั้นมาให้

 

 

 

 

“ฟังนะ” คริสเดินไปนั่งข้างจิมบนโซฟาแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ฉันก็ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นนี่มากกว่านาย อาจจะน้อยกว่าด้วยซ้ำ ...แต่สิ่งที่ฉันบอกนายได้คือตอนนี้นายอยู่ในจักรวาลอื่นที่ไม่ใช่ของนาย” เขายกมือขึ้นลูบปากตามความเคยชิน “จักรวาลของฉัน”

 

 

 

 

“เรื่องนั้นฉันพอจะเดาออก” จิมพูดขึ้น “ทีแรกฉันคิดว่าที่นี่คือดาวดวงอื่นที่มีมนุษย์มาอาศัยอยู่ แต่เท่าที่ฉันเช็คดูจากอินเตอร์เน็ตแล้ว ที่นี่คือโลกมนุษย์...โลกก่อนยุคปฏิวัติอวกาศ และนาย...คริส ไพน์...นายเป็นนักแสดงที่จะด้วยสาเหตุบ้าอะไรก็ตาม...นายแสดงเป็นฉัน” จิมคงรู้สึกถึงสายตาสงสัยจากคริส จึงเสริมว่า “นายอย่าลืมสิว่าต่อให้ฉันไม่ใช่อัจฉริยะ วิทยาการของโลกใบนี้มันล้าหลังโลกที่ฉันอยู่สองร้อยกว่าปี แค่ฉันลองใช้ดูแป๊บเดียวก็เข้าใจแล้ว” ไม่ว่าเปล่า จิมยังบุ้ยใบ้ไปทางแลปทอปของคริสที่เปิดค้างหน้าวิกิพีเดียของเขาไว้

 

 

 

 

คริสเบนสายตาไปยังใบหน้าของชายหนุ่มข้างๆ ความสับสนถูกถ่ายทอดออกมาจากแววตาของอีกฝ่าย อยู่ๆ มาโผล่ในโลกที่ตัวเองเป็นแค่ตัวละครในหนังแบบนี้ เป็นใครก็คงตกใจเป็นธรรมดา “จิม...ขอเรียกนายว่าจิมละกัน...ต่อให้ในจักรวาลนี้นายเป็น...”

 

 

 

 

“ไม่ต้องห่วง” จิมตัดบทคริสด้วยน้ำเสียงสดใส “นายคงคิดว่าฉันช็อก...ซึ่งเอาจริงๆ ฉันก็รู้สึกแย่แปลกๆ ที่มีคนรู้เรื่องของฉันและสตาร์ฟลีทที่ยังไม่เกิด แถมยังเอามาทำเป็นภาพยนตร์สร้างความบันเทิง...แต่คิดอีกที นี่มันน่าสนุกชะมัด” แววตาสีฟ้าใสสว่างวาบด้วยความตื่นเต้น “นี่ฉันอยู่ในโลกสมัยก่อนที่จะค้นพบว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวดวงอื่นนะ ถ้าเอาไปเล่าให้สป็อคฟังหมอนั่นต้องชอบแน่ๆ” จิมยิ้มกว้างขึ้นเมื่อพูดถึงชายอีกคน

 

 

 

 

กัปตันหันมามองหน้าคริส แววตาเปี่ยมไปด้วยความสนุกของเด็กๆ ที่เพิ่งค้นพบของเล่นชิ้นใหม่ มือหนาตะปบไหล่คริสแน่น “ขอฉันไปดูข้างนอกหน่อยละกัน” สมองคริสแล่นหวือ มือพุ่งไปคว้าแขนจิมไว้ก่อนจะหมดโอกาส

 

 

 

 

“ไม่ได้นะ!” คริสตาโต “คนข้างนอกเขาไม่รู้ว่านายมาอยู่ที่นี่!” ชายหนุ่มพูดพลางส่ายหัวเป็นพัลวัน

 

 

 

 

จิมมองลงมาด้วยสายตาออดอ้อน “โธ่...” เสียงนุ่มลากยาว คริสเพิ่งรู้สึกอย่างจริงจังว่าสายตาหมาน้อยของตัวเองมันได้ผลขนาดนี้ เขาแทบจะคลายมือที่จับแขนอีกฝ่ายไว้ “ฉันจะไม่ทำตัวเด่น ปลอมตัวก็ได้ถ้านายต้องการ”

 

 

 

 

“นี่นายยังไม่เข้าใจสินะว่าหนังเรื่องที่ฉันเล่นเป็นนายมันดังขนาดไหน” นักแสดงหนุ่มพยายามดึงให้อีกฝ่ายลงมานั่งเหมือนเดิม สายตาดื้อรั้นของจิมมองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะคลาย ความเงียบชั่วขณะแทนที่ด้วย “โอ้...” เบาๆ

 

 

 

 

จิมนั่งลงที่เดิม

 

 

 

 

“ขอบคุณ” หนุ่มผมทองหันไปยิ้มให้จิม เมื่อแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่วิ่งหนีลงไปข้างล่างแล้วก็ปล่อยมือออกจากการเกาะกุม คริสเดินไปปิ้งขนมปัง พร้อมเปิดเครื่องทำกาแฟ เขาตั้งใจเตรียมอาหารเช้าเผื่อแขกไม่ได้รับเชิญด้วยชุดหนึ่ง หลังจากทอดแพนเค้กเสร็จ คริสเรียกจิมเข้ามาในห้องทานอาหาร มือจัดโต๊ะสำหรับสองคนด้วยความคล่องแคล่ว “เชิญนั่ง”

 

 

 

 

จิมนั่งลงที่โต๊ะ มองชุดอาหารเช้าร้อนๆ ตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมาส่งรอยยิ้มน่าหยิกให้คริส ดวงตาสีฟ้าสว่างเป็นประกาย “นายนี่น่ารักจริงๆ” จิมชมก่อนจะหยิบอาวุธขึ้นมาจ้วงไปที่แพนเค้ก

 

 

 

 

“อื้มมม...อร่อยจัง แพนเค้กนี่เป็นอาหารคลาสสิกสินะ” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาหยิบเหยือกขนาดเล็กที่ข้างในบรรจุน้ำเชื่อมเมเปิ้ลสีทองมาราดลงไปที่ก้อนแป้งสีเหลืองสวย “รู้ไหมว่าแพนเค้กคืออันดับหนึ่งของรายการอาหารที่ฉันชอบกินมากที่สุด”

 

 

 

 

คริสส่ายหัว อ้าปากกัดขนมปังปิ้งคำใหญ่จนเศษขนมปังกรอบร่วงลงเต็มจานและเลอะออกมาบนโต๊ะกินข้าว เขาใช้มือปัดเศษขนมปังที่หล่นลงมาที่เสื้อตนลวกๆ

 

 

 

 

เมื่อจัดการกับอาหารมื้อเช้าเรียบร้อย เจ้าของห้องรวบรวมจานไปวางไว้ในอ่าง เขากับจิมพากันเดินมานั่งที่โซฟา กดรีโมทไล่หาช่องที่น่าสนใจจนมาหยุดอยู่ที่ซีรี่ส์ทำอาหารของจิตแพทย์คนหนึ่ง (โดยที่คริสมีความรู้สึกว่าวัตถุดิบแต่ละอย่างมันดูน่าสงสัย และแววตาของหมอตอนที่แนะนำอาหารที่ตัวเองทำให้ชายหนุ่มอีกคนกินก็อันตรายเกินไป)

 

 

 

 

ระหว่างที่ดู คริสพยายามตอบคำถามมากมายที่จิมยิงมาให้ แต่คำถามช่วงหลังๆ คริสรู้สึกว่าเขาก็เริ่มจนปัญญาจะหาคำตอบมาตอบพ่อหนุ่มอัจฉริยะ (จิมถามคำถามที่เป็นวิชาการทางวิทยาศาสตร์ลึกเกินไป...เขาเรียนเอกภาษาอังกฤษมานะ บ้าจริง)

 

 

 

 

หลังจากมาราธอนตอบคำถามล้านแปดตั้งแต่ระบบการปกครองยันความเชื่อของคนในศตวรรษนี้ คริสก็จัดการหยิบหนังสือออกมาจากชั้นสองเล่ม เล่มหนึ่ง เขาอ่านค้างไว้ ส่วนอีกเล่ม...เขาหยิบมาให้จิม ถือซะว่าเป็นการให้จิมเรียนรู้เกี่ยวกับวรรณกรรมของยุคก่อนปฏิวัติอวกาศละกัน

 

 

 

 

จิมตาโตเมื่อเห็นหนังสือเป็นเล่มๆ ที่เนื้อในเป็นกระดาษจริงๆ ชายหนุ่มเล่าให้คริสฟังว่าในเวลาที่ตนอยู่นั้น กระดาษเกือบจะกลายเป็นของที่มีอยู่แต่ในพิพิธภัณฑ์เต็มที PADD สะดวกกว่ามากก็จริง แต่จิมชอบกลิ่นและสัมผัสของกระดาษใต้ปลายนิ้วเสียมากกว่า... ตรงนี้คริสเห็นด้วยกับอีกฝ่ายมากๆ

 

 

 

 

*

 

 

 

 

ตอนเที่ยงหลังจากทั้งสองคนจัดการกับอาหารจีนตามสั่งเสร็จแล้ว คริสก็ไม่รู้จะทำอะไรอีก แผนการของวันนี้ที่วางไว้รวนไปหมดเพราะคุณกัปตันจากยานเอนเทอร์ไพรส์...แถมกัปตันที่ว่านี่ก็ยังไม่หายตัวกลับไปเสียที

 

 

 

 

“เฮ้อออออออออ...” กลุ่มผมสีทองเข้มขยับไปมาอยู่บนพนักโซฟา มือทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือหัว ก่อนที่ข้างขวาจะตกลงมาวางแหมะอยู่ที่ไหล่ข้างขวาของคริส ดึงคนในอ้อมแขนเข้าไปใกล้ๆ “ระหว่างที่ฉันรอให้เจ้าหน้าที่วิทยาการของฉันหาทางเอาฉันกลับไปอยู่ในที่ๆ ฉันควรจะอยู่ เรามาคุยกันเรื่องเพื่อนนายที่ชื่อแซคคารี ควินโตดีกว่า”

 

 

 

 

“อะไรของ...” ยังไม่ทันจบประโยค จิมก็ชี้มือไปทางกล่องนิตยสารที่ถูกเปิดค้างไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า

 

 

 

 

กล่องนิตยสารที่ข้างในมีนิตยสารเป็นสิบๆ เล่มวางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ

 

 

 

 

กล่องนิตยสารที่ถ้าพูดให้ถูกคือ กล่องนิตยสารที่นิตยสารทุกเล่มมีแซคคารี ควินโตอยู่ในนั้น

 

 

 

 

คริสเริ่มรู้สึกร้อนๆ เขาด่าผิวขาวๆ ของตัวเองในใจ ตอนนี้เขาต้องแดงไปทั้งหน้าแน่

 

 

 

 

“นั่นคือคนที่เล่นเป็นสป็อค... และเขาเป็นเกย์” คนอายุน้อยกว่ายิ้มเจ้าเล่ห์ให้คริส “และฉันคิดว่า... นายเองก็คงไม่ได้ชอบแค่ผู้หญิงหรอก...ใช่ไหม?” นิ้วโป้งไล้ที่ลำคอของเจ้าของห้องช้าๆ

 

 

 

 

คริสสะดุ้ง รู้สึกเหมือนถูกจับได้พร้อมหลักฐาน จะแก้ตัวว่าเพราะเป็นเพื่อนร่วมงานที่สน